ภาพยนตร์

My P.S. Partner จะเป็นยังไงถ้าเราจะโทรเสียวกับแฟนแต่ดันโทรผิด

แค่ชื่อเรื่องก็น่าสนใจแล้วหละสิ หนังติดเรท 18+ ที่จะมาทำให้หัวใจคุณอบอุ่น ที่ไม่รู้ว่ามาจากความเร่าร้อน หรือความสัมพันธ์ของนักแสดงทั้งสองคน หนังออกแนวทะลึ่ง ทะเล้น แต่หากคุณดูหนังเรื่องนี้จนจบแล้วคุณจะสัมผัสได้ว่าเรื่องนี้ให้อะไรกับคุณมากกว่าฉากวาบหวิวแน่นอน โทรผิดธรรมดาคงไม่มีใครว่าแต่นี่เธอไป Sex Phone กับใครก็ไม่รู้!! เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นโดย ฮยอนซึง (รับบทโดย Ji-Sung) หนุ่มติสท์ นักแต่งเพลงไม่เอาไหนที่ถูกแฟนบอกเลิกไปคบกับชายหนุ่มที่มีพร้อมทุกอย่างมากกว่าเค้า การถูกทิ้งจากคนที่คิดว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไปทำให้เค้าเขวสุด ๆ ไม่มีกระจิตกระใจทำงาน เพื่อนพูดอะไรมาก็รู้สึกไม่เข้าหูเค้าซักอย่าง จนกระทั่งคืนที่จะทำให้ชีวิตเค้าเปลี่ยนไปได้เริ่มต้นขึ้น ยุนจอง (รับบทโดย Kim Ah-Joong) สาวที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักออกแบบชุดชั้นในชื่อดัง คืนนั้นเธอตั้งใจโทรหาแฟนหนุ่มเพื่อสร้างความสุขให้เค้า  เธอเริ่มบทสนทนา Sex Phone สุดวาบวามของเธอโดยไม่ให้อีกฝ่ายพูดตอบเลยว่าเธอกำลังโทรผิด จนฮยอนซึงชายหนุ่มผู้โชคดี ก็เสร็จสมอารมณ์หมายตามความตั้งใจของปลายสาย เมื่อบท Sex Phone จบลง เธอจึงได้รู้ว่าคนที่เธอคุยด้วยนั้นไม่ใช่แฟนหนุ่มของเธอ เธอคิดว่าเค้าคงเป็นไอ้โรคจิตแน่ ๆ ที่ไม่ยอมวางสายเธอตั้งแต่ต้น คืนวันต่อมาฮยอนซึงเมามาก จึงโทรไปด่ากราดยุนจองหาว่าเธอเป็นคนที่ไม่รักใครจริง เล่นสนุกไปวัน ๆ นั่นทำให้ยุนจองโกรธมากและด่าฮยอนซึงกลับไปเช่นกัน แต่ยุนจองรู้สึกได้ว่าที่เค้าโทรมาคงมีเรื่องอะไรไม่สบายในใจ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทั้งสองก็โทรมาปรับทุกข์กันตลอด กลายเป็นคนแปลกหน้าที่สนิทกันไปโดยไม่รู้ตัว เค้าคุยกันแทบทุกคืน จนกระทั่งพวกเค้าตัดสินใจจะพบกันจริง ๆ …

ตำนานบทใหม่กับ DJ CINDERELLA ที่นำเอานิทานซินเดอเรลล่ามาเล่าในแบบของสาวยุคใหม่

ปี 2020 ผู้กำกับอย่าง บรูโน่ การ็อตติได้สร้างภาพยนตร์จากนิทานที่เด็กทุกคนต้องรู้จักอย่างซินเดอเรลล่าโดยนำมาปรับบทใหม่ จะเป็นยังไงถ้าซินเดอเรลล่าเวอร์ชันนี้อยากเป็นดีเจ และเธอไม่ได้ทิ้งรองเท้าแก้วไว้ แต่กับเป็นรองเท้าผ้าใบแทน แต่ตัวเรื่องก็ยังมีเค้าโครงเก่าที่แสนน้ำเน่าปนคลาสสิคอยู่นั่นคือ แม่เลี้ยงใจร้ายกับพี่สาวทั้งสอง บวกกับเจ้าชายรูปงามที่มาในมาดของนักร้องหนุ่ม ชะตากรรมของซินเดอเรลล่าเวอร์ชันนี้จะเป็นอย่างไร มาดูกันเลย ความฝันที่ยิ่งใหญ่ของสาวน้อยซินเดอเรลล่า ทุก ๆ คนบนโลกนี้มีความฝันและความฝันนั้นก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใคร ๆ ซินเทีย เดอเรลล่า (Maisa Silva) เองก็มีความฝันที่ยิ่งใหญ่แบบนั้นเช่นกัน นั่นก็คือการได้เป็น ดีเจ ซินเทียรักในการเปิดเพลง การได้มิกซ์เพลงที่เธอทำขึ้นเอง เธอรักในเสียงดนตรีนั้น ทุกอย่างในชีวิตของซินเทียเป็นไปด้วยดี จนกระทั่งเลขาของพ่อที่วางแผนให้ทุกคนเห็นว่าเธอเป็นชู้กับพ่อของซินเทียในงานเลี้ยง นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อแม่ของซินเทียแยกทางกันอยู่ และเลขาของพ่อเธอก็ก้าวขึ้นมาเป็นแม่เลี้ยงของเธอพร้อมลูกสาวที่ติดมาอีก 2 คน ซินเทียที่เคยเห็นว่ารักเป็นสิ่งสวยงาม เธอคนนั้นจึงได้หายไปและเฉยชาไปกับความรักเสียแล้ว ในเรื่องนี้มีความรักที่น่าติดตามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคู่ของน้าซินเทียที่ตัวน้าสาวของเธอไม่ต้องการผูกมัดกับชายที่คบอยู่ด้วย หรือจะเป็นคู่ของเพื่อเธอที่หลงรักเพื่อนข้างเดียวมานานจนกลายเป็นโง่งมงาย แต่แล้วเจ้าชายรูปงามก็ได้ปรากฏตัวขึ้น เจ้าชายรูปงามที่ว่านั่นคือ นักแต่งเพลงและนักร้องที่ร้องเพลงที่ตัวเองแต่งได้โด่งดังจนสาว ๆ ที่ไหนได้ฟังก็ต่างถูกหลอมละลายไปตามกันอย่าง เฟร็ดดี้ ปริ๊นซ์ (Filippe Braganca) ซึ่งเหล่าสาว ๆ คลั่งไคล้เค้าเอามาก ๆ หนึ่งในนั้นคือลูกสาวของแม่เลี้ยงนั่นเอง เพราะเธอชอบเค้ามาก ๆ …

Two Weeks Notice หนังเก่าที่หยิบมาดูกี่ครั้งก็ยังอบอุ่น

หนังเก่ากับสตอรี่สุดคลาสสิคแต่ทำไมเมื่อดูจบถึงได้กินใจผู้ชมได้มากขนาดนี้ เนื้อเรื่องที่เล่าถึงการพบเจอกันของคนสองคนที่มีความคิด การใช้ชีวิต รวมไปถึงนิสัยที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่เพราะความต่างที่ลงตัวนี้เองจึงเกิดเป็นความรักที่ทั้งสองไม่สามารถปฏิเสธได้ ความรักของคนคู่นี้จะจบ Happy Ending เหมือนหนังเรื่องอื่น ๆ หรือไม่ ไปติดตามกันเลย ความสัมพันธ์ที่เกิดจากความไม่ลงรอย เนื้อเรื่องว่าด้วยลูซี่ (Sandra Bullock) ทนายความสาวที่มาจากตระกูลทนาย รักในความยุติธรรม ใครที่จะมาหาผลประโยชน์โดยการทำลายชุมชน หรือสังคมต้องข้ามศพเธอไปก่อน เธอมีความตั้งใจในเรื่องของสังคมอย่างแรงกล้า ต่างจากเขาจอร์จ เวด (Hugh Grant) หนุ่มมหาเศรษฐีทำงานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เอาไหน เค้ามีประวัติที่ค่อนข้างไปในทางลบในเรื่องของสาว ๆ เค้ามักจะจ้างทนายสาวสวย หน้าตาดีมาทำงานกับเค้า โดยที่ทุกรายต่างไม่พ้นจากเรื่องบนเตียงซักที พี่ชายของเค้าที่จะไม่ทนกับเรื่องนี้ต้องการให้เข้าหาทนายที่จบจากมหาวิทยาลัยดังอย่างไอวี่ ลีกมาซักคนเพื่อที่จะได้ทำงานอย่างจริงจังซักที ในขณะเดียวกันลูซี่ที่มีเรื่องที่ต้องเจอกับจอร์จก็มาพบเค้าที่บริษัทด้วยเรื่องที่บริษัทจอร์จกำลังก่อสร้างโดยจะไล่พื้นที่ศูนย์ชุมชน เธอต้องการให้เค้ายกเลิกโครงการนี้ จากการที่ได้คุยกันจอร์จคิดว่าลูซี่เป็นผู้หญิงที่ฉลาดมาก ต่างจากทนายสาวคนก่อน ๆ ที่เค้าเคยเจอ เค้าจึงต้องการเธอมาร่วมงานกับเค้านั่นเอง ลูซี่ที่ในตอนแรกไม่ยอมก็ได้ยื่นข้อเสนอกับจอร์จว่าถ้าจะให้เธอทำงานด้วยเค้าต้องเลิกล้มความคิดที่จะทำลายศูนย์ชุมชนทิ้งซะ จอร์จจึงได้ให้สัญญากับเธอไว้ แล้วทั้งคู่จะรักกันได้ยังไง จอร์จและลูซี่ทำงานเข้าขากันได้ดีอย่างมาก ไม่ว่าเรื่องอะไรจอร์จมักจะปรึกษาลูซี่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นชุดที่เค้าต้องใส่ หรือแม้กระทั่งเรื่องผู้หญิงเค้าก็ต้องการคำแนะนำของลูซี่เสมอ แต่เรื่องที่ลูซี่ทนเค้าไม่ได้คือการที่เค้าชอบโทรมาหาเธอเวลากลางคืน มันทำให้เธอป่วยจนเป็นโรคกระเพาะ เธอควรได้รับการพักผ่อน เธอจึงอยากลาออกจากบริษัทของเค้า นั่นทำให้จอร์จไม่ยอม แต่ลูซี่ก็ทำให้เค้าอ่อนลงด้วยการหาทนายคนใหม่ที่เก่งพอกับเธอและลูซี่จะสอนงานทุกอย่างให้เธอก่อนไป จอร์จถูกใจทนายสาวคนใหม่คนนี้เอามาก ๆ …

The Willoughbys เมื่อสี่พี่น้องตระกูลนี้ต้องการกำจัดพ่อแม่ของเค้าทิ้งซะ

The Willoughbys แอนิเมชั่นที่เหมือนจะเป็นการ์ตูนสนุกสนานที่เอาไว้ดูคั่นเวลา แต่เนื้อหานำไปในทางสะท้อนสังคมได้ดีทีเดียว การ์ตูนเรื่องนี้ให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตได้ดีในหลาย ๆ ข้อ โดยทุกสิ่งทุกอย่างต่างถ่ายทอดผ่านตัวการ์ตูนเด็ก ๆ ตระกูลวิลโลบี้ไปร่วมกันหาเหตุผลว่าทำไมสี่พี่น้องตระกูลนี้ถึงอยากกำจัดพ่อแม่ของพวกเค้ากันเลย เรื่องราวของตระกูล The Willoughbys เรื่องราวเริ่มต้นจากชายหญิงคู่หนึ่งที่รักกันมาก รักกันจนไม่รักใครเลยนอกจากรักกันเองเท่านั้น พวกเค้าทั้งสองได้ให้กำเนิดเด็กน้อยตระกูลเวโลบี้ทั้งหมด 4 คน โดยมีพี่ชายคนโตและเด็กแฝดอีกสามคน ตามที่ได้เล่าว่าพ่อแม่ของเค้ารักกันเอง รักกันจนไม่แบ่งความรักมาถึงลูก แน่นอนว่าพี่คนโตจึงต้องคอยดูแลเหล่าน้อง ๆ ทั้ง 3 มาโดยตลอด อีกทั้งยังต้องทำงานบ้านและทำให้พ่อแม่พอใจ พ่อแม่ของพวกเค้าไม่เคยมองเด็ก ๆ ทั้งสี่ว่าเป็นลูกของตนเลย นั่นทำให้พี่ชายน้อยใจมาก เค้าจึงคิดวางแผนที่จะกำจัดพ่อแม่ไปให้พ้นทาง โดยแผนที่ว่านั่นคือการสร้างทริปท่องเที่ยวสุดหฤโหดที่สองพ่อแม่ที่ไหนได้เจอต้องไม่รอดกลับมาแน่นอน ซึ่งเมื่อพ่อแม่เห็นตั๋วเชิญที่ส่งมาพวกเค้าก็พร้อมเก็บของไปท่องเที่ยวกันทันที แต่พ่อแม่ก็ไม่ได้ปล่อยให้เด็ก ๆ อยู่กันตามลำพังเพราะพวกเค้าได้จ้างพี่เลี้ยงเด็กที่ค่าจ้างแสนถูกมา โดยที่ไม่รู้เลยว่าเธอคนนี้จะเข้ามาทำให้สี่พี่น้องได้เห็นว่าคำว่าบ้านที่แท้จริงเป็นอย่างไร บ้านของพวกคุณเป็นอย่างไร ? เด็ก ๆ ตระกูลเวโลบี้ไม่เคยได้รู้จักกับคำว่าบ้านเลยในตอนที่อยู่กับพ่อแม่ เมื่อพี่ชายคนโตทำให้พวกเค้าไม่พอใจ พ่อแม่ก็จะนำเค้าไปขังไว้ชั้นใต้ดิน ซึ่งนั่นทำให้พี่ชายไม่ชอบพ่อแม่ของเค้าเลย อีกทั้งพี่ชายที่ไม่ได้โตกว่าเหล่าแฝดสามซักเท่าไหร่แต่กลับต้องมาเลี้ยงดูน้อง ๆ เค้าไม่คิดว่าบ้านจะมอบสิ่งนี้กับเค้า จนกระทั่งพี่เลี้ยงเด็กคนนี้ได้เข้ามา พวกเค้าได้ผจญภัยไปในที่ต่าง ๆ สนุกกันเป็นอย่างมาก และความอบอุ่นก็กำลังก่อตัวขึ้นในใจของเหล่าสี่พี่น้องตระกูลเวโลบี้ การมีลูกทั้ง …

Flipped หนังฟีลกู๊ดที่ให้คุณมากกว่าแค่ความสนุก

Flipped หนังโรแมนติกคอมเมดี้ที่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่ทำไมตัวหนังยังคงติดอยู่ในใจของผู้ชมได้นานราวกับพึ่งได้ดูมาเมื่อวานนี้เอง หนังมีวิธีเล่าเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงความคิดของทั้งพระเอกและนางเอกว่า ณ เวลานั้นแต่ละคนมีความรู้สึกต่อกันเช่นไร เป็นการนำเสนอที่น่าสนใจและแตกต่างจากหนังทั่วไป นอกจากความรักหวานแหววแล้วเรื่องนี้ให้คุณค่าอะไรกับเราบ้าง ความรู้สึกเมื่อแรกพบที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง เรื่องเปิดมาที่จูลี่ (Madeline Carroll) เธอเห็นว่ากำลังมีเพื่อนบ้านย้ายเข้ามาใหม่ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านของเธอพอดี เธอจึงตั้งใจที่จะไปช่วยพวกเค้ายกของและเมื่อเธอได้เห็นไบรซ์ (Callan McAuliffe) เป็นครั้งแรกเธอก็หลงรักเค้าในทันที กลับกันในขณะที่ไบรซ์กำลังช่วยพ่อของเค้าขนของ เค้าก็เห็นจูลี่โผล่เข้ามาและเค้าก็คิดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ประหลาด จูลี่ที่หลงรักไบรซ์เธอพยายามตามจีบเค้ามาตลอดแต่ไบรซ์ก็ไม่ได้ชอบจูลี่เลย อีกทั้งยังทำร้ายน้ำใจของจูลี่จนเธอหลบหน้าหลบตาเค้าไปเป็นอาทิตย์เลยก็ว่าได้ ทั้งสองต่างมีความคิดของตัวเองที่มักจะหักกันโดยตลอดแต่ก็ไม่ได้แสดงออกไปให้เห็น พวกเค้าไม่เคยได้เห็นเหตุผลของอีกฝ่ายเลยว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันเป็นมาเพราะอะไร แต่เมื่อปู่ของไบรซ์ได้ย้ายเข้ามาอยู่กับเค้าที่บ้าน เค้าก็ได้เห็นจูลี่ในมุมมองที่ต่างออกไป และเค้าก็เริ่มอยากที่จะสนิทกับจูลี่มากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่ทำให้เธอเสียใจ จนเค้าค่อย ๆ เริ่มมั่นใจว่าเค้าก็ชอบจูลี่มาก ๆ เหมือนกัน ต้นซิคคามอร์สื่อรัก ในเรื่องจะมีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่จูลี่มักจะชอบมาปีนขึ้นไปเพื่อนั่งและรับเอาวิวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่เธอชอบมอง เธอชอบจนสามารถนั่งอยู่บนมันได้ทั้งวันซึ่งต้นไม้นั่นก็คือต้นซิคคามอร์ จนวันที่พวกเค้าจะมาพรากมันจากเธอไป นั่นเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับเด็กคนนึง ถึงแม้ในตอนแรกเธอจะรู้สึกเสียใจมากแต่เธอก็มีครอบครัวที่น่ารักที่เป็นบ้านให้เธอได้พักใจไม่แพ้ต้นซิคคามอร์เลยแม้แต่น้อย ซึ่งที่นักเขียนอยากจะสื่อก็คือคนเราควรมีต้นซิคคามอร์ของตัวเองซักต้นเหมือนกัน มันเป็นที่ที่เราจะปล่อยใจไปตามสายลม ที่ที่สามารถพักพิงได้เมื่อไม่สบายใจ คุณมีที่แห่งนั้นแล้วหรือยัง? ที่จริงเรื่องนี้มีความลึกซึ้งมากมายที่ซ่อนอยู่ไม่ว่าจะเป็นภายในบทพูด บรรยากาศแม้กระทั่งเสียง และอื่น ๆ ที่ไม่สามารถอธิบายออกมาหมดได้ นักเขียนจึงอยากแนะนำให้ผู้อ่านลองหาหนังเรื่องนี้มาดู นอกจากที่กล่าวมาเรายังจะได้เห็นความเติบโตทั้งทางกายภาพและทางความคิดของตัวเอกทั้งสอง เหมือนเรากำลังโตไปกับเค้าด้วย อีกทั้งในแง่ของเรื่องครอบครัว ครอบครัวที่แตกต่างกันออกไปซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่หนังสื่อสารออกมาได้อบอุ่นในใจมาก ๆ เรื่องนึงเลยทีเดียว

The Classic ภาพยนตร์น้ำเน่าที่คลาสสิคตลอดกาล

ก่อนที่ความบันเทิงของเกาหลีอย่างซีรี่ย์หรือเพลง K-POP จะผูกพันแนบแน่นกับคนไทยอย่างในปัจจุบัน ทั้งนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับภาพยนตร์เกาหลีที่ได้บุกเบิกสร้างความบันเทิงให้กับคนไทยมาเกือบ 20 ปี จนกลายเป็นกระแสเกาหลีฟีเวอร์ ด้วยบทละครที่น่าสนใจชวนให้ติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ ความสวยงามของฉากภายในเรื่องที่หลายฉากกลายเป็นภาพจำให้กับเรื่องนั้น รวมไปถึงเพลงประกอบภาพยนตร์ที่แทรกอยู่ในเนื้อเรื่องได้อย่างลงตัว ทั้งหมดนี้ทำให้ภาพยนตร์เกาหลีหลายต่อหลายเรื่องครองใจและอยู่ในความทรงจำของแฟนหนังชาวไทย ซึ่งรวมไปถึงภาพยนตร์เรื่อง The Classic หนึ่งในภาพยนตร์เกาหลียอดนิยมตลอดกาล The Classic หรือในชื่อเรื่องภาษาไทยว่า คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต เป็นเรื่องราวของ จีฮเย นักศึกษาสาวที่แอบชอบ ซังมิน หนุ่มชมรมการแสดงผู้เป็นที่หมายปองของสาว ๆ รวมไปถึง ซูคยอง เพื่อนสาวของจีฮเยที่ลงทุนเข้าชมรมการแสดงเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับชายหนุ่ม จีฮเยจับพลัดจับผลูต้องมาเป็นคนเขียนจดหมายรักให้กับเพื่อนสาว ทำให้เธอต้องเป็นฝ่ายเก็บความรู้สึกที่มีต่อซังมินไว้ จนกระทั้งวันหนึ่งระหว่างที่จีฮเยทำความสะอาดชั้นเก็บหนังสือ เธอได้พบกับกล่องใบหนึ่งเมื่อเปิดออกจึงพบว่าเป็นกล่องใส่จดหมายและสมุดบันทึกของคุณแม่ จูฮเยอ่านจดหมายและสมุดบันทึกอย่างสนใจ ซึ่งได้พาเธอย้อนอดีตไปยังช่วงวัยรุ่นของคุณแม่ เรื่องราวในสมุดบันทึกได้เล่าถึงความรักของ จูฮี คุณแม่ของเธอในวัยมัธยมปลาย กับ จุนฮา รักครั้งแรกของท่าน ที่มีอุปสรรคในเรื่องของฐานะทางสังคมและความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน เนื่องจาก แทซู คู่หมั้นของจูฮีคือเพื่อนสนิทของจุนฮา แถมจุนฮายังกลายเป็นคนเขียนจดหมายรักที่แทซูส่งให้จูฮีอีกด้วย แม้จูฮีและจุนฮาจะรักกัน และได้รับการสนับสนุนจากแทซู แต่ด้วยสถานการณ์รอบตัวทำให้ทั้งคู่ไม่ได้ลงเอยกัน และเป็นแทซูที่ได้แต่งงานกับจูฮีในที่สุด หลังอ่านบันทึก จีฮเยจึงคิดตัดใจและหลบหน้าซังมิน แต่แล้วเมื่อจีฮเยได้รับรู้ว่าซังมินก็มีใจให้เธอเช่นกัน จีฮเยจึงตัดสินใจไม่ทำผิดอย่างในรุ่นแม่ด้วยการสารภาพความรู้สึกของตัวเองให้อีกฝ่ายรับรู้ จึงทำให้ทั้งคู่ได้คบกันในเวลาต่อมา …

Race ภาพยนตร์สุดดราม่าที่สร้างจากเหตุการณ์จริง

ภาพยนตร์ คือ สื่อบันเทิงอมตะที่มนุษย์เราหลงใหลมาโดยตลอด การรับชมภาพยนตร์ทำให้เราได้รับความสุข ความตื่นเต้น รวมไปถึงความประทับใจไม่รู้ลืม โดยภาพยนตร์ยอดนิยมที่ประสบความสำเร็จในแต่ละยุคสมัยก็ล้วนเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีของโลกตั้งแต่หนังคาวบอย สู่หนังไซไฟอวกาศ หนังโรแมนติกอุ่นหัวใจในยุค 90 จนมาถึงหนังภาพยนตร์สุดอลังการงานสร้างในปัจจุบัน นอกจากภาพยนตร์ในกระแสแล้วก็ยังมีภาพยนตร์อีกประเภทที่ได้รับความนิยมอยู่เสมอทั้งยังยืนยงอยู่ได้ในทุกกาลเวลานั่นก็คือภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงในหน้าประวัติศาสตร์ และหากใครชื่นชอบภาพยนตร์ประเภทนี้ VWIN ก็แนะนำว่าไม่ควรพลาดหนังดราม่าเรตติ้งสูงที่ชื่อว่า “Race” โดยเด็ดขาด                 Race ต้องกล้าวิ่ง เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงของนักศึกษาพ่อลูกอ่อนที่ชื่อ เจสซี่ โอเว่นส์ เขาเป็นนักวิ่งผิวหมึกผู้ยากจน เพราะครอบครัวถูกกีดกันแทบทุกด้านจากสังคมอเมริกันชน ทว่าเขารู้จักสองขาของตัวเองดีและเขาเชื่อมั่นว่ามันจะพาเขาไปได้ไกลในอาชีกนักกรีฑา จึงจากครอบครัวมุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัย Ohio ที่นั่นเขาได้พบกับแลร์รี่ สไนจ์เดอร์อดีตนักวิ่งผู้ผันตัวไปเป็นโค้ชผู้ฝึกสอน ภายใต้ความไม่ลงรอยกันกับโค้ชในช่วงแรกเจสซี่ต้องพบกับปัญหาการปรับตัวสารพัด ทั้งยังถูกเหยียดผิวโดยเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยอยู่เสมอ มีหลายครั้งที่เขาขาดซ้อมเพราะต้องไปทำงานพิเศษหาเงินเลี้ยงปากท้องตัวเอง ซึ่งนั่นทำให้เจสซี่เกือบล้มเลิกความตั้งใจจะเป็นนักวิ่ง แต่พอปรับตัวได้และสถานการณ์หลาย ๆ อย่างเริ่มดีขึ้นเจสซี่ โอเว่นส์ก็แสดงศักยภาพของเขาออกมาจนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับรู้ได้ทันทีว่าหากได้ไปแข่งขันในกีฬาโอลิมปิคนักกีฬาจากทั่วโลกไม่มีใครเอาชนะลมกรดผู้นี้ได้อย่างแน่นอน ทว่าราวกับฟ้าผ่าลงมากลางกระหม่อมของเจสซี่ โอเว่นส์เมื่อเขาได้ทราบข่าวร้ายว่าตัวเองต้องไปเป็นตัวแทนของสหรัฐอเมริกาในมหกรรมกีฬาโอลิมปิคที่เบอร์ลินปี 1936 ท่ามกลางความคุกรุ่นของเถ้าถ่านแห่งสงครามที่รอวันประทุ เจสซี่ผู้น่าสงสารนอกจากทั้งชีวิตเขาต้องต่อสู้เพื่อลบคำสบประมาทในชาติกำเนิดมาตั้งแต่ต้น แล้วยังต้องพาตัวเองไปวิ่งในโอลิมปิคที่เยอรมนีต่อหน้าเอดอล์ฟ ฮิตเลอร์หัวหน้าพรรคนาซีที่จงเกลียดจงชังชนผิวดำยิ่งกว่าอาจม ซึ่งเจสซี่และคณะนักกรีฑาของอเมริกาที่เป็นคนผิวสีกว่าครึ่งไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองด้วยซ้ำว่าความกล้าหาญนั้นจะนำมาซึ่งภัยใดบ้างบนแผ่นดินเผด็จการทหาร แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าไม่สามารถคาดเดาชะตากรรมของตัวเองได้ทั้งยามหลับและยามตื่น แถมรัฐบาลอเมริกายังไม่รับรองความปลอดภัยของคนผิวสีบนแผ่นดินกางเขนเหล็กแต่เจสซี่ โอเว่นส์ก็ทำใจดีสู้เสือบินลัดฟ้าสู่กรุงเบอร์ลินเพื่อทำภารกิจตอบแทนแผ่นดินที่ให้กำเนิด เรื่องราวของนักกรีฑาผู้นี้จะเป็นเช่นไร เขาจะได้ลงแข่งขันต่อหน้าฮิตเลอร์หรือไม่ หรือจะเกิดภัยร้ายใดกับเจสซี่ โอเว่นส์ก่อนการแข่งขันโปรดติดตามในRace ต้องกล้าวิ่ง

ภาพยนตร์ไทยดังไกลไม่แพ้ชาติใดในโลก

สำหรับคนที่ชื่นชอบการดูภาพยนตร์ส่วนใหญ่มักจะมีคำถามตามมาว่า ชอบดูหนังไทยหรือหนังต่างประเทศ? และคำตอบก็มีหลากหลายรูปแบบ เพราะภาพยนตร์ทุกประเทศล้วนมีจุดเด่นเป็นของตนเองที่หาไม่ได้จากประเทศอื่น ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบส่วนตัวของแต่ละบุคคลเป็นหลัก ดังนั้นคำถามว่าชอบดูหนังประเทศอะไร ไม่ได้แปลว่าหนังประเทศอื่นสร้าง และจัดทำได้ดีกว่าหนังไทย แต่มันหมายถึงรสนิยม และความชอบส่วนบุคคลของแต่ละคนมากกว่า สำหรับภาพยนตร์ไทยหรือหนังไทยนั้นก็มีจุดเด่นมากมาย จนขนาดที่ภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่องก็ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในต่างประเทศ เช่น ฉลาด – เกมส์ – โกง, ช็อกโกแลต, Beautiful Boxer, ต้มยำกุ้ง, ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ และสตรีเหล็ก เป็นต้น ทุกเรื่องเป็นเพียงแค่ตัวอย่างจะเห็นได้ว่ามีภาพยนตร์ทุกประเภททั้ง แนวตลก ต่อสู้ ดราม่า หรือหนังสยองขวัญ จุดเด่นของภาพยนตร์ไทยที่ทำให้มีชื่อเสียงมีดังต่อไปนี้ ศักยภาพของหนังไทยที่ถูกสร้างออกมาเรียกได้ว่าได้รับการยอมรับจากต่างประเทศว่าทำออกมาได้ดี เช่น ภาพยนตร์แนวต่อสู้ เป็นแนวที่ได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลกว่าไม่แพ้ชาติใดในโลก ทั้งการถ่ายทำ สถานที่ และตัวนักแสดงเองที่มีความโดดเด่นอย่างมาก ทำออกมาได้สมจริง จนผู้ดูรู้สึกเจ็บตามไปกับนักแสดง ภาพยนตร์แนวนี้ทำให้นักแสดงที่รับบทตัวเอกมีชื่อเสียงอย่างมากในต่างประเทศ อย่างจาพนม ที่โด่งดังอย่างมากในเกาหลี เป็นต้น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เปิดกว้างทำให้กระแสภาพยนตร์ไทยดังไปทั่วโลก ความก้าวหน้าที่ทำให้เกิดการเปิดกว้าง และยอมรับภาพยนตร์จากชาติอื่น ๆ เพิ่มมากขึ้น อย่างที่หนังเกาหลี หนังจีน หนังญี่ปุ่นที่มาสร้างชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากในประเทศไทย …

Nana จากการ์ตูน Animation โลดแล่นสู่จอภาพยนตร์

เมื่อพูดถึงการ์ตูน Animation ทุกคนคงต้องคิดถึงประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นต้นแบบในการสร้างการ์ตูนที่โด่งดัง และมีชื่อเสียงจำนวนมากมาย อย่าง โดราเอมอน, โคนัน, One Piece, Dororo, นารูโตะ และดราก้อนบอล เป็นต้น การ์ตูนแทบทุกเรื่องก็จะมีกลุ่มคนที่ชื่นชอบอยู่เป็นจำนวนมาก การ์ตูนเรื่องหนึ่งที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นช่วงปี 2000 ก็คือ Nana ดังจนกระทั่งประเทศญี่ปุ่นได้นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในช่วงปี 2005 และก็โด่งดังในช่วงเวลานั้นเช่นกัน Nana เป็นเรื่องเกี่ยวกับหญิงสาวสองคนที่มีชื่อเดียวกันก็คือ Nana ทั้งสองมีนิสัยที่แตกต่างกันอย่างมาก แต่ด้วยความจำเป็นบางอย่างทำให้ทั้งสองต้องมาเช่าห้องอยู่ร่วมกัน การอาศัยอยู่ร่วมกันนี้ทำให้เกิดสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมากมายที่ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นที่สำคัญที่ทำให้การ์ตูน หรือภาพยนตร์เรื่องนี้มีความสนุกสนาน และน่าติดตามอย่างมาก ความสัมพันธ์ระหว่างคำว่าเพื่อนเป็นสิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้ ด้วยความที่คนสองคนที่นิสัยต่างกันอย่างมากต้องอาศัยอยู่ร่วมกัน ทำให้ต้องปรับตัวเข้าหากัน ทั้งสองต่างพยายามที่จะใช้เวลา ใช้ใจ เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงมิตรภาพต่าง ๆ ระหว่างกันเอาไว้ เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขที่สุด เรียกได้ว่าความจำเป็นที่จะต้องอยู่ด้วยกันถูกลบออกไปด้วยมิตรภาพจนวันที่ทั้งสองจะต้องแยกจากกันต่างก็รู้สึกเสียใจ และโหยหาความรู้สึกที่เคยมีเพื่อนอยู่ด้วยกัน ความฝันเป็นสิ่งที่มีความสวยงามและน่าจดจำเสมอ ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ทุกคนรู้ว่าความฝันเป็นสิ่งที่ทุกคนมีได้ ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแต่อย่างใด ที่สำคัญยังทำให้ชีวิตมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น สะท้อนให้เห็นจากตัวเอกของเรื่องก็คือ Nana คนหนึ่งมีความฝันอันสูงสุดก็คือการต้องการเป็นนักร้องวง Rock ที่มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ และมองถึงระดับโลก โดยยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อวิ่งตามความฝันของตนเอง รับรองได้เลยว่าผู้ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้จะรู้สึกอยากที่จะตามหาฝันของตัวเองไปพร้อม …

The Lion King จากการ์ตูนสู่โลกในป่าใหญ่ที่เสมือนจริง

เมื่อพูดถึงการ์ตูนของ Walt Disney ในตำนานเรื่องหนึ่งที่ใคร ๆ ต่างต้องรู้จักเป็นอย่างดีก็คือเรื่อง The Lion King การ์ตูนเรื่องนี้เป็นการ์ตูนเกี่ยวกับสิงโตที่เป็นเจ้าป่า มีสัตว์ป่าน้อยใหญ่จำนวนมากมาย ประกอบกับข้อคิดต่าง ๆ ภายในเรื่องทำให้การ์ตูนเรื่องนี้เข้าไปนั่งในใจคนทุกเพศ ทุกวัยในระยะเวลาอันรวดเร็ว ด้วยเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยทำให้บริษัท Walt Disney นำ The Lion King มาทำ Animation จากการ์ตูนมากลายเป็นสัตว์ป่าที่มีความเหมือนจริงมากที่สุด เรียกได้ว่าสำหรับคนที่ได้เข้าไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้จะต้องประทับใจแบบไม่รู้ลืมอย่างแน่นอน ความเหมือนจริงของ The Lion King ทำให้คนที่เคยดูภาคการ์ตูนมาแล้วต้องร้องว้าวอย่างแน่นอน สิ่งที่ถือว่าโดดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ มีดังต่อไปนี้ ความสมจริงของตัวละครทุกตัว ไม่ว่าจะเป็นพระเอกอย่างซิมบ้าเริ่มตั้งแต่ยังเป็นสิงโตตัวน้อยจนเข้าสู่สิงโตในวัยหนุ่มที่ทำกราฟิกได้เป็นอย่างดี รวมทั้งสัตว์ตัวอื่น ๆ อย่าง พ่อ แม่ ของพระเอก นางเอก และตัวร้ายที่เป็นสิงโตก็สามารถเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ได้อย่างน่าเกรงขาม นกที่เป็นตัวเด่นของเรื่องอย่างซาซู หมูป่าที่เป็นเพื่อนพระเอกอย่างพุมบ้า และเมียร์แคทที่ชื่อทีโมน รวมถึงสัตว์น้อยใหญ่ที่นำมาประกอบทุกฉากในเรื่อง เรียกได้ว่ามีความสมจริงจนแทบจะไม่รู้เลยว่าเป็นภาพ Animation เพลงภายในภาพยนตร์ สำหรับเพลงนี้ถือเป็นจุดเด่นของภาพยนตร์ของ Walt Disney …