Paradoxocrazy ปฏิว้ติ..ที่ไม่มี (หนล่าสุด!) และ..หรือ (หนต่อๆ ไป?)

โหมโรง ปี่กลอง หอมกลิ่นไอการเลือกตั้งครั้งใหม่เข้ามาทุกขณะ ที่คนไทยจะได้เข้าสู่โหมดเดินเข้าคูหากันอีกครั้ง ในแวดวงบันเทิงของบ้านเรานั้น เมื่อนึกย้อนไปสักปี ๒๕๕๖ ก็ให้นึกถึงหนังสารคดีไทย (Documentary films) เรื่องหนึ่งที่ประกาศตัวเต็ม ๆ และฮือฮาถึงการเป็นหนังการเมืองที่ผ่านเซ็นเซอร์เรื่องแรกของไทยมาได้อย่างหวุดหวิด แถมตอนเข้าโรงฉายแล้วก็ยังลุ้นว่านายทุนจะกล้าเอาออกมาฉายบนจอที่คนในโรงนั่งรอชมแล้วหรือไม่

Paradoxocrazy หรือในชื่อไทย ประชาธิป ” ไทย “ ผลงานจากนักคิดเขียน ภาสกร ประมูลวงศ์ ที่นำโปรเจคสารคดีการเมืองที่ตอนแรกจะทำออกฉายทางโทรทัศน์ ไปคุยกับ เป็นเอก รัตนเรือง ผู้กำกับหนัง นั่นคือที่มาก่อนจะกลับกลายมาเป็นหนังใหญ่และได้ฉายบนจอภาพยนตร์ของโรงหนังเข้าอีกตะหาก

มีเกร็ดมากมายจากปรากฏการณ์ที่เกิดระหว่างออกฉาย ใครจะเชื่อบ้างว่า นี่เป็นหนังที่อาจกล่าวได้ว่า เป็นหนังแนวสารคดีที่ทำเงินได้มาก หรืออาจจะมากที่สุดในประวัติศาสตร์หนังสารคดีของไทย ราว ๆ 10 วันระหว่างเข้าฉาย ไม่มีการโปรโมท (ตอนนั้นยังมีการโฆษณาโปรแกรมหนังตามหน้าบันเทิงของ นสพ.อยู่) หรือเรื่องน่าขำสุด ๆ คือคนดูที่อยากดูได้โทรเข้าโรงหนังเพื่อถามรอบฉาย แต่กลับได้รับคำตอบว่า ไม่มีหนังเรื่องนี้เข้าฉายทั้งที่กำลังจะฉายอยู่รอมร่อ

เรียกว่าความกลัวเข้าจู่โจมสมองเจ้าของโรงหนังชื่อดัง แต่ที่น่ารักน่าชัง คือเมื่อครบ 10 วัน ดันถามเจ้าของหนังว่าจะฉายต่อหรือไม่

กลับมาที่ตัวหนังสารคดี หากให้วิพากษ์ตามเนื้อจริง ๆ แล้ว ก็ต้องบอกว่า ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ ๆ อะไรเลย สำหรับคอการเมือง เป็นข้อมูลพื้น ๆ เหมือนที่ผู้กำกับเป็นเอก ได้ถ่อมตนไว้ว่า เป็นแค่เพียงการทำหนังให้ตัวเองมีความรู้เรื่องการเมืองไทยให้มากขึ้นบ้าง ระหว่างขณะนั้นที่มีกีฬาสีทางการเมืองระดับประเทศระอุอยู่ และตนไม่รู้ว่าเขาพูดกันเรื่องอะไร

หนังจึงค่อนข้างมีมิติความลึกในแง่สารคดีที่ไม่ซับซ้อนนัก แต่ถูกกลบได้ด้วยทักษะการเล่าเรื่องที่ถือว่ามีชั้นเขิง และการสร้างสรรค์แนวเส้นเรื่องโดยการวิพากษ์ของผู้รู้การเมืองตั้งแต่รากจนถึงปราชญ์

ในจุดดีนั้น Paradoxocrazy เหมาะมากกับคนรุ่นใหม่ ในโลกยุคใหม่ เพื่อได้ซึมซับความรู้เก่า ๆ ที่เป็นมาของเมืองไทย เป็นกำลังรุ่นใหม่คุ้มกัน error ใด ๆ ที่อาจมีขึ้นมาอีก

หนังสารคดีการเมืองไทยเรื่องนี้ไม่มีการตัดสินผิดถูกในทุกมิติ นี่คือสิ่งที่ดี รวมถึงการไม่มีเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยครั้งล่าสุด ด้วยหนังถูกทำเสร็จขึ้นมาก่อน

ในระหว่างรอเดินเข้าคูหาที่ถูกเว้นห่างมานานอีกครั้ง จึงเผลอไผลไปถึงหนังเรื่องนี้เข้า และสำหรับคนพลาดก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะหามาดูแต่อย่างใด เพียงแต่อย่าไปงงกับ ฉากสองฉากที่จู่ ๆ ก็เป็นหนังเงียบมีแต่ภาพเข้าดื้อ ๆ ว่าง ๆ เป็นหนังที่เราอยากให้คุณได้ลองชมจริง ๆ