Content ทีวีไทยปัจจุบัน มีอะไรสร้างสรรค์ ให้เราดู

ต้องยอมรับว่าความสุขที่ง่ายดายและใกล้ตัวที่สุดอย่างหนึ่งของคนในยุคนี้นั้น นอกจากการนั่งจิ้มเลื่อนดูมือถือแล้ว ทีวีก็น่าจะเป็นคำตอบที่สำคัญรอง ๆ ลงมา แม้กระทั่งขณะนั่งเล่นมือถืออยู่นั้น บางทีเรายังต้องเปิดทีวีไว้อีกตั้งหาก ใจไม่ได้อยู่กับจอหรอก แต่เอาไว้เป็นเพื่อนแก้เหงาซะงั้น

เช่นนี้แล้ว เรามาลองมาฉุกคิดสนุก ๆ กันไหมว่า แล้วทีวีแต่ละช่อง เอาเฉพาะช่องโทรทัศน์ที่ดูฟรีไม่เสียเงิน และมีเรตติ้งเป็นช่องยอดนิยมทั้งหลาย เขามีสัดส่วนคอนเทนต์รายการแนวไหนให้พวกเราดูกันบ้าง เช่นเพลง หนัง ละคร ข่าว สาระ สุขภาพ ฯลฯ แนวไหนที่เห็นบ่อยว่ามีเยอะ แนวไหนบ้างที่มีน้อย หรือแนวไหนที่คิดว่าไม่มีการผลิตเป็นรายการให้พวกเราดูกันเลย

คิดหาคำตอบแบบภาพรวม เอาเบา ๆ สนุก คุยกันก็พอ เอาแค่ที่มีประสบการณ์ผ่านรีโมทของทุกช่องแล้วนั้น สรุปแล้วได้คำตอบใกล้เคียงกันไหมว่า คอนเทนต์ส่วนใหญ่จากช่องทีวีทุกช่อง ที่เห็นว่ามีมาก หรือมีน้อยในทีวีเมืองไทยก็คือ

อันดับหนึ่งก็น่าจะเป็น ละครกับภาพยนตร์ อันดับสองล่ะ ก็น่าจะเป็นรายการข่าว เพราะมีหลายช่วง หลายเวลา ทั้งหลักและยิบย่อย อันดับสามละ ก็น่าจะเป็นพวกวาไรตี้ ตลก เบาสมอง โดยทั้งสามอันดับที่กล่าวมานี้ ก็น่าจะสูสีเบียดเสียดกับอันดับสี่พวกแนว เกม การประกวดร้องเพลงต่าง ๆ ชนิดคะแนนไม่ทิ้งห่างกันเท่าไรนัก

คอนเทนต์รายการหลัก ๆ อันดับต้น ๆ ของรายการทีวีบ้านเราก็น่าจะออกมาในแนว ๆ นี้ ทว่าสิ่งที่น่าสนใจก็คือ ส่วนที่เหลือถัดมาคืออันดับห้า ต่างหาก ก็จำพวกรายการจิปาถะ เช่น ธรรมมะ สุขภาพ ความรู้ เทคโนโลยี สร้างสรรค์ สาระปัญญาต่าง ๆ นานา ฯลฯ เหล่าคอนเทนต์ในเนื้อหาหมวดนี้จะเป็นแนวรายการที่ถูกทิ้งห่างจากอันดับบน ๆ ที่กล่าวมาอย่างราบคาบ เรียกว่าถ้าเปรียบมวยขี้นชกก็แพ้แบบหมดรูปทีเดียว สรุปได้ว่าเป็นแนวรายการที่หาดูได้ยาก มีโอกาสเจอะเจอได้น้อยที่สุดจากช่องทีวีระดับท๊อปไฟว์ในบ้านเรา

เมื่อคำตอบ ผลลัพธ์ออกมาเป็นเช่นนี้ ก็น่าจะชวนให้คิด และเกิดคำถามตามมาว่า..นี่เป็นรูปแบบสัดส่วนผังรายการของช่องโทรทัศน์ต่าง ๆ ที่ลงตัวแล้วจริง ๆ เช่นนั้นหรือ?

อันดับต้น ๆ สี่อันดับที่ว่ามานี้ หากตัดรายการที่เป็นคอนเทนต์ข่าวออกแล้วนั้น จะเหลือแต่รูปแบบรายการเพื่อบันเทิง และมุ่งความบันเทิงเป็นหลัก เป็นความจริงที่รู้กัน รายการต่างๆ ที่ถูกผลิตและทางช่องอนุมัตินั้น ล้วนมีเงื่อนไขทางการตลาดต่าง ๆ มาเกี่ยวข้อง เกี่ยวพันกับเรตติ้งและความเป็นธุรกิจ ที่ต้องการกำไรมากกว่าขาดทุน แต่เคยฉุกคิดกับคำพูดขำ ๆ บ้างไหม? ว่า เมืองไทยน่าจะมีนักร้อง เสียงดี ล้นประเทศ มากกว่านักวิทยาศาสตร์ เพราะมีศิลปินหน้าใหม่จากเวทีการประกวดเกิดขึ้นได้ทุกวี่วัน

คำถามอีกคำถามที่เราอาจลืมกันก็คือ จริงหรือ..ที่ว่าความบันเทิงนั้น ต้องเกิดมาจากเรื่องที่มันบันเทิง จึงบันเทิงได้? คำตอบก็คือ ไม่ใช่ ไม่เช่นนั้นงานศิลปะสร้างสรรค์ในโลกนี้คงถึงทางตันไปหมดแล้ว ขึ้นอยู่กับ Creative ต่างหาก ถ้าคุณเจ๋ง ปัง จริง ๆ เรื่องไม่บันเทิงก็นำมาสร้างทำให้บันเทิง เกิดประโยชน์ พร้อมความน่าดูขึ้นได้ มีเรตติ้งที่ดีได้ เหมือนนักสร้างสรรค์เมืองนอกที่เขาทำกันได้

จะน่าสนุกไหม ถ้ามีผู้ลงทุนจัดแข่งขันให้เกิดนักดูแลสุขภาพร่างกายอันดับหนึ่ง ชนะเลิศตามเงื่อนไขเอาไปเลยเงินล้าน หรือลองประกวดเรียลลิตี้สุดยอดอาจารย์ ที่ทำให้แฟนรายการทั้งประเทศต้องน้ำตานองหน้า ลุ้นตามเอาใจช่วยลูกศิษย์คนเก่งให้ชนะเลิศกับภารกิจ หรืออีกหลากหลายคอนเทนต์สร้างสรรค์ความสนุกแปลกใหม่ในสาระ ตามแต่ไอเดีย Creative จะบันดาลขึ้น